สมัครบัตรเครดิตอย่างไรให้ผ่านฉลุย

1. ทริกการสมัครบัตรเครดิตอย่างไรให้ผ่านฉลุย
1.1 เตรียมเอกสารการสมัครให้พร้อม

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการสมัครบัตรเครดิตได้แก่
– สำเนาบัตรประชาชน พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
– สำเนาสลิปเงินเดือน 6 เดือน
– รายการเดินบัญชีธนาคาร(Statement) 6 เดือน
– ใบรับรองเงินเดือนที่ออกโดยบริษัทพร้อมตราประทับ (หากธนาคารจะขอ)
– สำเนาทะเบียนบ้าน (บางธนาคารจะขอ)

1.2 หากไม่เคยมีบัตรเครดิตมาก่อนให้เลือกเปิดบัตรเครดิตที่เปิดง่ายก่อน

การอนุมัติบัตรเครดิตของธนาคาร บางทีก็ขึ้นอยู่กับดวงเช่นกัน บางครั้งเรามองว่าน่าจะสมัครผ่านแน่นอน แต่กลับถูกปฏิเสธเสียอย่างงั้น ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าบัตรไหนออกง่ายกันบ้าง

– สำหรับคนที่ทำงานมานานแล้วแต่ไม่เคยมีบัตรเครดิตมาก่อน และไม่เคยมีประวัติอะไรมาก่อน แนะนำให้เปิดบัตรในเครือกดเงินสดกันก่อน เช่น FirstChoice และ Aeon น่าจะเปิดได้ง่ายที่สุด

– สำหรับคนที่พึ่งเริ่มทำงาน อายุไม่มาก เลือกสมัครบัตรเครดิตกับธนาคารที่คุณใช้รับเงินเดือน โดยเฉพาะหากการรับเงินเดือนของคุณเป็นระบบ Payroll

– นอกจากนี้ KTC ก็เป็นอีกบัตรหนึ่งที่เปิดได้ง่าย ขอเพียงแค่คุณมีรายได้ผ่านเกณฑ์ และยิ่งถ้าไม่มีบัตรเครดิตมาก่อน หรือไม่มีบัตรเครดิตมากจนเกินไป

1.3 เลือกบัตรตามฐานเงินเดือนหลังหักค่าใช้จ่าย

หากคุณมีรายได้อยู่ที่ 30,000 บาท และบัตร gold มีไว้สำหรับคนที่มีฐานเงินเดือนตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไป เราแนะนำให้คุณลดลงมาสมัครบัตรปกติดีกว่า เพราะธนาคารจะมีการหักลบรายจ่ายต่อเดือนของคุณออก เช่น ค่าเช่าห้อง ค่าโทรศัพท์ ค่าใช้จ่ายจิปาถะ ทำให้ฐานรายได้ของคุณต่ำกว่า 30,000 บาท และอาจจะเปิดบัตรไม่สำเร็จ เราแนะนำให้คุณใช้บัตรธรรมดาไปก่อนหากธนาคารเห็นว่าคุณสามารถใช้บัตรระดับสูงกว่าได้ธนาคารจะยื่นข้อเสนอเปลี่ยนบัตรให้คุณเอง

1.4 ฝึกเซ็นชื่อให้เหมือนกัน

การเซ็นชื่อสำคัญมากในการเปิดบัตรเครดิต หลายคนงงว่าทำไมเปิดบัตรไม่ผ่าน คำตอบอาจจะอยุ่ที่การเซ็นชื่อนั่นเอง แม้แต่ในบัตรเครดิตที่เปิดง่ายก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้

1.5 กรอกข้อมูลอย่างมีสติ และห้ามผิด

การกรอกข้อมูลขอเปิดบัตรเครดิต ช่องที่กรอกของแต่ละธนาคารจะมีความซับซ้อน งงงวยมาก คุณควรถามเจ้าหน้าที่ให้เยอะ ๆ หรือตรวจดูรอบหนึ่งก่อนกรอก เพราะถ้าคุณกรอกผิดคุณจะต้องแก้ไขโดยการเซ็นชื่อกำกับทุกครั้ง และถ้าการกรอกข้อมูลของคุณผิดเยอะเกินไป รับรองว่าการสมัครบัตรของคุณไม่ผ่านอย่างแน่นอน

1.6 กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน

การกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนสำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณต้องมี Email หากคุณกรอกข้อมูลไม่ครบถ้วน จะมีผลกับการพิจารณาได้ บางธนาคารอาจจะมีการโทรมาสอบถามเพิ่มเติม บางธนาคารอาจจะส่งเอกสารมาให้คุณกรอกเพิ่มเติม และในบางสถาบันการเงินอาจจะปฏิเสธการเปิดบัตรเครดิตของคุณไปเลย

1.7 บางข้อมูลไม่ต้องกรอกข้อมูลจริงก็ได้

โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัย หากคุณเช่าคอนโดอยุ่เดือนละ 10,000 คุณอาจจะลงที่อยู่จริงไป แต่ให้เช็คที่ช่องอาศัยอยุ่กับญาติแทนเพราะข้อมูลตรงนี้ธนาคารตรวจสอบไม่ได้ การขอสินเชื่อของคุณจะง่ายขึ้นเพราะไม่เห็นรายจ่าย แต่ถ้าหากคุณเช่าอพาร์ทเม้นท์ซึ่งการกรอกที่อยู่มันจะขึ้นว่าอพาร์ทเม้น คุณอาจจะลดราคาค่าเช่าต่อเดือนลงครึ่งหนึ่ง และถ้าหากทางธนาคารโทรถามคุณอาจจะบอกไปว่าเช่าอยู่กับเพื่อนก็ได้เช่นกัน

ถ้าหากคุณมีบัตรเครดิตมาก่อน แต่ยังไม่ได้เปิดใช้ หรือใช้ได้ไม่ถึง 1 เดือน ไม่ต้องกรอกลงไปในใบสมัครก็ได้ เนื่องจากข้อมูลจะยังไม่ทันเข้าไปที่สำนักงานเครดิตแห่งชาติ(เครดิตบูโร) แต่ถ้าใช้มานานแล้วก็ให้เขียนไปตามปกติแต่แนะนำให้ปิดเขียนเลขบัตร 4 ตัวหลังเป็น xxxx แทน

1.8 สมัครทีละหลาย ๆ ใบ

ทุกครั้งที่คุณสมัครบัตรเครดิต สถาบันการเงินจะขอเช็คเครดิตบูโรของคุณ หากคุณสมัครบัตรทีละใบ และไม่ผ่านสักที ธนาคารจะเห็นการยื่นเรื่องขอดูเครดิตบูโร และอาจจะสงสัยว่าคุณอาจจะมีบัตรเครดิตเยอะเกินไป ทำให้ไม่อนุมัติบัตรให้คุณได้ แต่ถ้าหากยื่นทีเดียวพร้อม ๆ กัน หลายธนาคาร ข้อมูลจะยังไม่ขึ้นในเครดิตบูโรตอนที่ธนาคารยื่นตรวจ

1.9 ให้ตอบไปว่าสมัครบัตรเครดิตของที่นี่ที่เดียวเท่านั้น

การสมัครบัตรเครดิตจะมีขั้นตอนหนึ่งหลังจากส่งเอกสารการสมัครไปแล้ว นั่นคือการโทรสอบถามข้อมูล ซึ่งจะมีทั้งโทรเข้าที่ทำงานเพื่อเช็คว่าคุณเป็นพนักงานจริง ๆ และโทรหาคุณเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หากธนาคารถามคุณว่าสมัครบัตรของธนาคารไหนบ้าง ให้คุณบอกว่าสมัครของธนาคารที่โทรมาเพียงทีเดียว เพราะถ้าคุณบอกว่าสมัครไปหลายใบ นั่นเท่ากับว่าธนาคารจะมองว่าคุณมีบัตรหลายใบ อาจจะทำให้การเงินคุณฝืดจนไม่สามารถชำระหนี้ได้ หรืออาจจะใช้ใบอื่นมากกว่าก็ได้

เพียงเท่านี้การสมัครบัตรเครดิตใบแรกของคุณก็น่าจะผ่านได้ไม่ยาก อย่าลืมว่าบัตรเครดิตคือสินเชื่อส่วนบุคคล หรือเงินกู้นั่นเอง ดังนั้นมันคือการดึงเงินในอนาคตมาใช้ ไม่ใช่เงินที่เขาให้คุณมาฟรี ๆ การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตจึงควรวางแผน และจัดการให้ดี เพราะอย่าลืมว่าวงเงินในบัตรที่ธนาคารอนุมัติให้คุณมักจะอยู่ที่ 2 – 4 เท่าของเงินเดือน (ส่วนตัวผู้เขียนยังไม่เคยเจอวงเงิน 5 เท่า ตามที่โฆษณาเลย) เรียกได้ว่าเงินที่คุณใช้ได้เกินกว่าเงินที่คุณสามารถหาได้ในแต่ละเดือนไปเยอะ ซึ่งอาจจะทำให้คุณหมุนเงินไม่ทันอย่างที่คุณเคยกลัวก็ได้

หลังคากันสาดไวนิล ทนทานต่อทุกสภาพอากาศไม่แตกหักง่าย ไม่ผุกร่อน น้ำหนักเบา ใช้งานได้นาน

หลังคากันสาดไวนิล เป็นกันสาดพี่ทำจากยูพีวีซี หรือพลาสติก เป็นพลาสติกที่มีความทนทานสูงสามารถฉีกในรูปแบบต่างๆได้ โดยแผ่นหลังคาจะมีลักษณะเป็นเหมือนพื้นไม้ ต่อกันเป็นคลิปล็อก และก็เป็นหลังคากันสาดที่มีความนิยมสูงขึ้นในปัจจุบัน

ไวนิลเป็นวัสดุที่เราเรียกย่อมาจาก PVC (Poly Vinyl Chloride) เรียกกันอีกแบบว่า Rigid PVC ที่มีจำหน่ายในบ้านเราทุกวันนี้ก็มาจากหลายแหล่งผลิต ซึ่งมีสูตรส่วนผสมที่แตกต่างกันไป แต่โดยรวมแล้วก็มีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน หลังคากันสาดไวนิล เนื้อวัสดุมีลักษณะเป็นโพรงอากาศเล็กๆ จึงมีน้ำหนักเบา และเป็นฉนวน ทนต่อสภาพอากาศได้ดี มีความยืดหยุ่นสูง ดัดโค้งได้ ไม่ติดไฟ รูปแบบหลังคาเป็นแผ่นเรียบ หลังคากันสาดไวนิล มีความกว้างของแผ่นประมาณ 12.5 ซม. มีความยาวจำกัดที่ 4-6 เมตร หนา 7 มม. นิยมใช้ในงานกันสาด และโรงรถ ยังไม่สามารถนำไปมุงเป็นหลังคาหลักของบ้านได้ เนื่องจากอุปกรณ์ในการติดตั้ง และระบบป้องกันการรั่วซึมยังไม่สมบูรณ์แบบ สังเกตุได้จากการติดตั้งเป็นการมุงซ้อนกันเฉพาะด้านข้าง ที่ตัวแผ่นมีรูปแบบที่ทำให้ล็อคกันระหว่างแผ่นได้เลย แต่ยังไม่มีรายละเอียดการซ้อนกันที่หัวและท้ายแผ่น แต่ละแผ่นยึดเข้ากับโครงด้วยสกรู มีสีให้เลือกคือสี ขาว และสีโทนน้ำตาลอ่อน-เข้ม หลังจากติดตั้งแล้วดูเรียบร้อย ทันสมัย เข้ากับบ้านส่วนใหญ่ได้

หลังคากันสาดไวนิล เรื่องราคาค่อนข้างสูงพอสมควร เฉพาะหลังคากันสาดไวนิลอย่างเดียวยังไม่รวมโครง อยู่ที่ประมาณ 1,000-1,200 บาทต่อตารางเมตร เท่าที่มีขายในบ้านเราส่วนใหญ่จะขายพร้อมติดตั้งรวมโครงด้วย โดยเลือกได้ว่าจะใช้โครงเหล็กทาสี หรือสเตนเลส ซึ่งราคาจะอยู่ตารางเมตรละ 2,500-2,900 บาทเลยทีเดียว